เรื่องสั้นก่อนวันเด็ก :: When I was young
- 13 January, 2012 -
- my life like a da..., story -
- Tags :
- 0 Comments
Inspired by a True Story::
ตอนเด็กๆผมได้เป็นตัวแทนแข่งวาดรูปหัวข้อโตขึ้นฝันอยากเป็นอะไร
หมอ พยาบาล วิศวกร ทหาร ตำรวจ ครู นักดับเพลิง ฯลฯ มีคนเอาไปหมดแล้วเราก็เลยต้องวาดโจร เมื่อครูกรรมการมาเห็นจึงดึงภาพที่ผมตั้งใจวาดมากๆ ออกไปแล้วเขียนจม.เชิญพ่อ มาพบปะพูดคุย ” ลูกชายคุณพ่อ ปกติอยู่บ้านชอบเก็บเนื้อเก็บตัว หรือต่อต้านสังคม หรืออะไรบางอย่างหรือเปล่าคะ ” ครูฝ่ายปกครองถามพ่อผมไปแบบเป็นห่วง
” ป่าวนี่ครับ เราก็พูดคุยกันดีแบบปกติ แล้วผมก็สนับสนุนความฝันของเขาทุกอย่างอยู่แล้ว แต่ถ้าเขาฝันว่าโตขึ้นอยากจะเป็นโจรอันนี้ผมไม่เคยสอน” พ่อผมแก้ตัว
“แล้วเธอไปเอาความคิด ความอยากนี้มาจากไหนเหรอ ภานุพงษ์ ช่วยตอบครูหน่อย ครูชักจะเป็นห่วงเธอแล้วรู้ไหมลูก” ครูหันมาถามผมแบบท่าทีแสนเป็นห่วง
ผมเขิน แต่ผมก็รู้ดี และก็พอแยกแยะออกด้วยว่าเป็นผู้ร้ายมันไม่ใช่ความใฝ่ฝันที่ดีนัก ก็ตอบครูไปตรงๆว่า “ผมไม่รู้ครับ อาชีพอื่นๆ เพื่อนๆเค้าก็เอาไปกันหมดแล้ว
ทั้ง ทหาร ตำรวจ หมอ ตำรวจดับเพลิง หรือเกษตรกรยังมีคนฝันอยากเป็นเลย” ซึ่งตอนนั้นในหัวผมคิดว่าไอ่นี่อยากเป็นชาวนาจริงๆหรือ จะขี่ควายให้เจ็บก้น กำเคียวให้มือแตก หรือทนความลำบากจากแดดได้จริงเหรอ ทำไมฝันอะไรส่งเดชจัง (ซึ่งตอนนี้ เกษตรกรเป็นอาชีพที่ผมอยากทำมากๆในอนาคต)
กลับมาที่บทสนทนา ครูก็ได้แนะนำผมปนกับอารมณ์โมโหนิดหน่อย ก็เธอก็เอาซ้ำๆกันกับเพื่อนคนอื่นก็ได้นี่ อยากเป็นไรเธอก็วาดๆไปสิ
“ผมไม่รู้ครับ ตอนนี้ผมไม่รู้จริงๆว่าอยากเป็นอะไร อาชีพที่ผมรู้ตอนนี้มันมีน้อยไปหน่อย แล้วผมก็อยู่แค่ป.5″
“มันก็แค่รูปวาด คนเราเปลี่ยนความคิดได้ทุกวันนี่ลูก” พ่อผมเพิ่มให้
แต่คนเราก็ไม่เคยเปลี่ยนความฝัน ได้เองทุกคืนนี่หว่า เพราะตอนฝันเราไม่เคยได้เป็นผู้กำกับอยู่แล้ว เต็มที่ก็เป็นนักแสดงนำ หรือตัวประกอบเท่านั้นเอง เรื่องราวทุกอย่างในฝันมันดำเนินไปเองตลอดเลย ผมแย้งในใจ
“อืมม ภานุพงษ์ รู้ใช่มั้ยลูกว่าเป้นโจรมันไม่ดี” ครูผมถามแบบไม่น่าจะใช่คำถามกวนประสาทหรอก
“รู้ครับ” ผมตอบเพื่อจบมันซะ
ในหัวก็คิดว่า..อันนี้ผมรู้มาตั้งแต่ยังไม่ไปโรงเรียนแล้วครับครู พ่อกับแม่ผมก็ไม่เคยสอน ทุกๆสื่อรอบตัวปลูกฝังผมมาตลอดว่า ธรรมะย่อมชนะอธรรม ตำรวจย่อมชนะผู้ร้าย แม้กระทั่งในการ์ตูนซุเปอร์ฮีโร่ก็ยังปราบปรามคนชัวอภิบาลคนดี
แล้วตอนนี้หนูอยากเป็นอะไร
” ไม่รู้ครับ แต่ ประกวดคราวหน้าผมสัญญาว่าผมจะไม่ใช้เวลาคิดนานก่อนลงมือวาดแน่ๆ ”
” ทำไมหริือ ? ” ครูยังซักต่อไปเพราะไม่เข้าใจในคำตอบ
“..คราวนี้ผมพลาด ผมพลาดที่คิดนาน พลาดที่คิดก่อนลงมือ พลาดที่ไม่อยากฝันซ้ำกับเพื่อนอีก20คน พลาดที่แยกแยะดีชั่วได้แต่ครูไม่รู้ พลาดที่ไม่อยากทรยศต่อความฝันตัวเอง
พลาดที่ตอนนี้ไม่รู้อะไร มันต้องใช้เวลาเรียนรู้ ต้องใช้เวลานานมากๆด้วย ว่าอนาคตพรุ่งนี้เราจะเป็นอะไรยังไง.”
…………………………………………………………………………………………………………………..
…เพื่อนผมบางคนดุลูกตัวเอง แค่เพราะว่าลูกวาดรูปโตมาอยากเป็นครูในหัวข้ออมตะนิรันดร์กาลนี้ ”เป็นครูทำไมมันจน” ทั้งๆที่เมื่อก่อนไอ้เพื่อนที่เป็นพ่อคนนี้มันยังวาดตัวเอง อยากเป็นกะลาสีเรื่ออยู่เลย ..ยุคสมัยมันเปลี่ยนไป จากสมัยก่อน 3 ข้อแรกๆ หมอ ครู ตำรวจ ก็กลายเป็น นักธุรกิจ ดารา และแอร์โฮสเตสไปแล้ว
ถ้าผมเป็นพ่อผมจะเป็นพ่อแบบพ่อผม คือสนับสนุนทุกฝันของลูก เรามีหน้าที่แค่สอนเค้าให้โตขึ้นเป็นพลเมืองที่ดีมีศีลธรรม มีน้ำใจและเห็นแก่ผู้อื่นด้วยเท่านั้น ..
ไอ้เรื่องความฝัน รสนิยมการใช้ชีวิต หรือการเลือกเพลงใส่ไอพอด มันเป็นการเลือกของเค้าเองทั้งนั้น ถ้าไม่จำเป็นเราอย่าไปก้าวก่ายเลย.